บทความ


คาใจ!เห็ดหลินจือมีข้อเสียผลข้างเคียงไหม?
หนึ่งในส่วนผสมอันสำคัญและทรงคุณค่า
ในกาแฟกรณิการ์เทวีคือเห็ดหลินจือราชาสมุนไพร ผู้จำหน่ายและผู้ดื่มทุกท่านควรได้รับทราบข้อมูลนี้

รู้ว่าเห็ดหลินจือมีสรรพคุณ รักษาโรค บำรุงร่างกาย แต่หลังจากกินเห็ดหลินจือแล้วมีอาการแพ้ ง่วงนอน คัน ฉี่บ่อย แบบนี้จะมีอันตราย โทษหรือผลข้างเคียงหรือเปล่า?

สมุนไพร “เห็ดหลินจือ” นอกจากสรรพคุณเด่นที่มีฤทธิ์ทางยาในการบำรุงร่างกาย และช่วยบำบัดรักษาอาการของโ รคต่างๆ ได้เป็นอย่างดีแล้ว ตามตำรับการแพทย์จีนโบราณ เห็ดหลินจือยังช่วยขับสารพิ ษ กำจัดสารพิษในเลือด ขับโรคภัย ล้างสารพิษ รวมถึงกำจัดของเสีย สิ่งแปลกปลอมที่ตกค้างออกจากร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการขับเชื้อโรค เชื้อไวรัส สารเคมีปนเปื้อน นิ่ว เลือดคั่ง เนื้องอก ได้อีกด้วย โดยพิษเชื้อโรคต่างๆ จะถูกขับถ่ายทางทวารต่างๆ ของร่างกายในรูปแบบของ ปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อตามผิวหนัง ประจำเดือนของผู้หญิง ฯลฯ

ทานเห็ดหลินจือ มีผลข้างเคียง อันตรายหรือไม่?

จากผลการทดลองและวิจัยทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์ ทั้งในและต่างประเทศที่รับประกันความปลอดภัยว่า

การกินเห็ดหลินจืออย่างต่อ เนื่องเป็นเวลานานพบว่าเห็ด หลินจือไม่มีพิษ อันตรายหรือผลข้างเคียงต่อร่างกายแต่อย่างใด

แต่บางคนที่หลังจากกินเห็ด หลินจือในระยะแรกอาจจะมีอาการตอบรับบางอย่าง เหมือนอาการแพ้ เช่น วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปากแห้ง ท้องผูกหรือท้องเสีย ง่วงนอน คัน ฉี่บ่อย ท้องอืด ปวดท้อง ปวดหัว ซึ่งเป็นอาการที่สารอาหารใน เห็ดหลินจือทำปฏิกิริยากับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย

หากมีอาการดังกล่าวให้ลดปริมาณการรับประทานเห็ดหลินจือลงประมาณ 3-4 วัน
อาการต่างๆ จะหายไป ควรรับประทานร่วมกับวิตามิน ซีซึ่งจะทำให้อาการตอบรับมี อาการน้อยลง ร่างกายฟื้นตัวเร็ว และเกิดอาการข้างเคียงน้อยลง
ดังนั้นผู้ทานเห็ดหลินจือจึงไม่ควรตกใจและต้องทำความเข้าใจว่าอาการต่างๆที่เกิดขึ้นว่ามิใช่อาการแพ้หรือผลข้างเคียง (Side Effect) ของเห็ดหลินจือ ไม่ควรหยุดทานเมื่ออาการดี ขึ้นจึงค่อยกลับมากินในปริมาณปกติ

สำหรับผู้ที่ทานยาแผนปัจจุบันอยู่ไม่ควรหยุดยาของแพทย์ แต่ควรทานเห็ดหลินจือหลังจา กทานยาแผนปัจจุบันไปแล้วประ มาณ 1 ช.ม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อร่างกายใน การบำบัดโรคตามแนวทางทฤษฎี “การแพทย์ผสมผสาน”

เคล็ดลับวิธีดูแลสุขภาพดี สรรพคุณประโยชน์ “เห็ดหลินจือ” รักษาสารพัดโรค ป้องกันให้ร่างกายแข็งแรงซึ่งไม่ได้น่ากลัวและยังสามารถจะกินเห็ดหลินจือต่อไปได้อย่างปกติด้วย เนื่องจากร่างกายแต่ละคนมีโรคและการตอบสนองต่อตัวยาในเห็ดหลินจือแตกต่างกัน จึงอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติดังต่อไปขึ้นได้

16อาการจากผลข้างเคียงของเห็ดหลินจือ
ร่างกายจะแสดงอาการขับพิษขอ งเห็ดหลินจือออกมาในรูปแบบต่างๆ ดังนี้
มีอาการปวดกลาง ศรีษะ ถึงท้ายทอย ร่วมกับอาการมึน – ความดันต่ำ ขาดสารอาหาร ระบบเลือดหล่อเลี้ยงสมองไม่ ดี
มีขี้ตาออกเป็นก้อน – สภาวะตับเสื่อม ทำงานขับพิษได้ไม่ดี
ปวดขมับ มึนท้ายทอย อาจมีเพียง อาการเดียว หรือทั้ง 2 อาการพร้อมกัน – ความดันโลหิตสูง
มึนทั้งหัว พร้อมกับวิงเวียนศีรษะด้วย – ความดันสูงมีไขมันในเส้นเลือดสูง
ปวดข้อส่วนบน หรือข้อนิ้ว – โรครูมาตอยท์
น้ำตาไหล เจ็บไหล่ซ้ายมีอาการเจ็บหน้ าอกร่วมด้วย – สภาวะปอดเสื่อม ระบบหายใจไม่ดี
ปวดไหล่ขวา มีขี้ตาออก – สภาวะปอดเสื่อม
น้ำมูกใสๆไหลตลอดประมาณ 3-5 วัน – เป็นภูมิแพ้, โรคไซนัส, ทางเดินหายใจอักเสบ
หายใจถี่มาก ใจสั่น – มีสภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรค หัวใจ
จุกเสียดลิ้นปี่ หน้าอก – กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็กอักเสบ ระบบดูดซึมไม่ดี
จุกด้านหลัง,ท้องอืด,อึดอัด – ริดสีดวงทวาร การทำงานของระบบขับถ่ายและล ำไส้ใหญ่ไม่ดี
ปวดหัวเหน่า – มดลูก กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมากเสื่อม
เสมหะมาก คอแห้งผาก – ระบบหลอดลม, ทางเดินหายใจ มีความสกปรก อุดตัน
ปวดสะโพก เข่า ข้อเท้า อย่างมาก – สภาวะกรดยูริคสูง โรคเก๊าท์
ปวดร้อนร่างกายท่อนบน ร้อนตัววูบวาบ – ระบบหมุนเวียนของโลหิตไม่ดี
ปวดเอว – เป็นโรคไต, ระบบขับถ่ายของเสียไม่ดี

เห็ดหลินจือสุดยอดสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งในทางการแพทย์มีการวิจัยทดสอบสรรพคุณของเห็ดหลินจือจนได้ผลยืนยันว่าช่วยบำบัด รักษาโรคได้หลายชนิด ทั้งโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไต โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ ต้านการอักเสบ กำจัดและป้องกันอนุมูลอิสระ บำรุงเส้นประสาทไม่ให้เสื่อ มเร็ว ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น ช่วยปรับสมดุลต่างๆ ภายในร่างกาย

จากผลการวิจัยเห็ดหลินจือขอ งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า “สปอร์เห็ดหลินจือเฉพาะส่วน ที่กะเทาะเปลือก” เป็นส่วนที่ดีและให้ประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะส่วนสปอร์หรือเยื้อหุ้ม เพราะอุดมไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางยาในปริมาณที่เข้มข้นและสูงกว่าสารสกัดส่วนอื่นของเห็ดหลินจือหลายเท่า

สรรพคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือ หลากหลายข้างต้น ดังนั้นหากคุณเพิ่งจะกินเห็ดหลินจือและร่างกายมีอาการข้างเคียงเหล่านี้เกิดขึ้น ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นผลมาจากการที่สารสำคัญจากเห็ดหลินจือกำลังช่วยขับสารพิษซึ่งอาจสะสมมานาน จนเมื่อร่างกายได้ฟื้นฟูและปรับสมดุลแล้ว ก็สามารถกินเห็ดหลินจือติดต่อกันได้โดยไม่มีโทษและผลข้างเคียงที่เป็นพิษต่อร่างกาย

ขอบคุณข้อมูลจาก https:// www.lingzhimg2.net/ เห็ดหลินจือ-ข้อเสีย-ผลข้างเ คียงไหม.htmls

ตำรับยาจีน (医学教书的种类)
(Chinese Herb and Medicine)
แบ่งตามสรรพคุณเป็นประเภทใหญ่ ๆ 17 ประเภท ได้แก่รายละเอียดของตำรับยา แต่ละประเภทสรุปได้ ดังนี้

- 1. ตำรับยาบำรุง (补益剂) (ปู่อี้จี้) หมายถึงตำรับยาที่ประกอบด้ว ยตัวยาที่มีสรรพคุณช่วยเพิ่ มสารจำเป็น เพิ่มภูมิต้านทาน และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

- 2. ตำรับยาปรับให้สมดุล (和解剂) (เหอเจี่ยจี้) หมายถึงตำรับยาที่ประกอบด้ว ยตัวยาที่มีสรรพคุณรักษาอาก ารของโรคเส้าหยางช่วยให้การ ทำงานของตับ ม้าม กระเพาะอาหารและลำไส้ดีขึ้น

- 3. ตำรับยาปรับการไหลเวียนของช ี่ภายในร่างกาย (理气剂) (หลี่ชี่จี้) หมายถึงตำรับยาที่ส่วนใหญ่ป ระกอบด้วยตัวยาที่ช่วยให้กา รไหลเวียนของชี่ภายในร่างกา ยดีขึ้นหรือปรับชี่ให้ลงสู่ เบื้องล่าง

- 4. ตำรับยารักษาความผิดปกติของ ระบบเลือด (理血剂) (หลี่เซวี่ยจี้) หมายถึงตำรับยาที่ประกอบด้ว ยตัวยาที่มีสรรพคุณรักษาอาก ารผิดปกติของระบบเลือด ช่วยปรับสมดุลของชี่และเลือ ด โดยทั่วไปใช้บำรุงเลือด ห้ามเลือด สลายเลือดคั่ง และช่วยการไหลเวียนของเลือด ให้ดีขึ้น

- 5. ตำรับยาสมาน (固涩剂) (กู้เซ่อจี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษาโ รคที่ชี่ของเลือด สารพื้นฐานในไต และอสุจิเคลื่อนหลั่งออกง่า ยประกอบด้วยตัวยาที่มีฤทธิ์ ยับยั้งหรือเหนี่ยวรั้งให้เ สถียร การเคลื่อนหลั่งออกของสารภา ยในร่างกาย ทำให้สูญเสียชี่ของเลือด ซึ่งมีสาเหตุและพยาธิสภาพขอ งร่างกายแตกต่างกัน เช่น เหงื่อออกง่าย เหงื่อออก ขณะนอนหลับ ท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายบิดเรื้อรัง หลั่งอสุจิขณะหลับ หรือปัสสาวะรดที่นอนในขณะหล ับ ประจำเดือนมามากผิดปกติหรือ มาทีละน้อยไม่หมด รวมถึงอาการตกขาวมากผิดปกติ

- 6. ตำรับยาให้ความอุ่นภายในร่า งกาย (温里剂) (เวินหลี่จี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษาก ลุ่มอาการเย็นภายในร่างกาย มีฤทธิ์ทำให้ร่างกายอบอุ่น สลายความเย็น แก้ปวด เสริมการทำงานของม้ามและกระ เพาะอาหาร ตำรับยานี้มีรสเผ็ดร้อนกลุ่ มอาการเย็นภายในร่างกาย มีสาเหตุมาจากสภาพหยางของร่ างกายพร่อง หยางไม่เพียงพอทำให้
เกิดความเย็นภายในร่างกาย หรือใช้ยาผิดทำให้หยางลดลง หรือกระทบกับความเย็นภายนอก และเข้าถึงอวัยวะภายใน แล้วต่อไปยังเส้นลมปราณ แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามความรุนแรงของอาการ ของโรคและตำแหน่งที่เกิดโรค

- 7. ตำรับยารักษาอาการภายนอก (解表剂) (เจี่ยเปี่ยวจี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษาก ลุ่มอาการของโรคอันมีสาเหตุ จากภายนอก เช่น สภาพอากาศทั้ง 6 ได้แก่ ลม ความเย็น ความร้อนอบอ้าว ความชื้น ความแห้ง และไฟ ตำรับยานี้จะออกฤทธิ์กำจัดข องเสียที่อยู่ตามผิวหนังออก โดยผ่านการขับเหงื่อ และกระทุ้งอาการของโรคหัดให ้ออกได้ง่ายขึ้น

โดยทั่วไปตำรับยาประเภทนี้จ ะมีรสเผ็ด ต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับโรค ตามสาเหตุของโรค เช่น ลมร้อน ลมเย็นและสภาพร่างกาย ซึ่งมีลักษณะยิน-หยาง แกร่ง พร่องแตกต่างกัน

- 8. ตำรับยาระบายความร้อน (清热剂) (ชิงเร่อจี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษาก ลุ่มอาการร้อนภายในร่างกาย ประกอบด้วยตัวยาซึ่งมีสรรพค ุณระบายความร้อน ช่วยให้เลือดเย็น และแก้พิษ

- 9. ตำรับยาสลายความชื้น (祛湿剂) (ชฺวีซือจี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษาโ รคหรือกลุ่มอาการเจ็บป่วยที ่เกิดจากความชื้น ประกอบด้วยตัวยาที่มีสรรพคุ ณขจัดความชื้นด้วยการขับน้ำ สลายชื้น ระบายน้ำที่มีลักษณะขุ่นเป็ นตะกอนเพื่อให้เกิดสภาพคล่อ ง

- 10. ตำรับยาถ่าย (泻下剂) (เซี่ยเซี่ยจี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษาก ลุ่มอาการแกร่งภายในร่างกาย ประกอบด้วยตัวยาที่มีสรรพคุ ณระบายท้อง กำจัดของเสียที่ตกค้างในกระ เพาะอาหารและลำไส้ ระบายความร้อนที่สูง
เกินไป และขับน้ำเนื่องจากกลุ่มอาก ารแกร่งภายในร่างกายที่เป็น สาเหตุให้ท้องผูกนั้น อาจเกิดจากความร้อน ความเย็น ความแห้ง และน้ำ ตำรับยาประเภทนี้จึงแบ่งเป็ น 5 กลุ่มตามพยาธิสภาพของร่างกา ยและอายุของผู้ป่วย

- 11. ตำรับยาช่วยย่อยสลาย (消导剂) (เซียวต่าวจี้) หมายถึงตำรับยาที่ส่วนใหญ่ป ระกอบด้วยตัวยาที่มีสรรพคุณ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ขับอาหารตกค้าง บรรเทาท้องอืด หรืออาการจุกเสียดแน่นท้อง

- 12. ตำรับยาขับเสมหะ (祛痰剂) (ชวีถันจี้) หมายถึงตำรับยาที่ใช้รักษาโ รคต่าง ๆ อันเกิดจากเสมหะ ประกอบด้วยตัวยาที่มีสรรพคุ ณขับเสมหะและน้ำเสียที่ตกค้ างให้หมดไป เนื่องจากเสมหะมีหลายชนิด เช่น เสมหะชื้นเสมหะร้อน เสมหะแห้ง เสมหะเย็น และเสมหะปนลม ดังนั้น จึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม

- 13. ตำรับยารักษาอาการแห้งขาดคว ามชุ่มชื้น (治燥剂) (จื้อเจ้าจี้) หมายถึงตำรับยาที่ประกอบด้ว ยตัวยาที่มีสรรพคุณเสริมสร้ างน้ำหล่อเลี้ยง ช่วยให้อวัยวะมีความชุ่มชื้ น

- 14. ตำรับยาเปิดทวาร (开窍剂) (ไคเชี่ยวจี้) หมายถึงตำรับยาที่ประกอบด้ว ยตัวยาที่มีรสเผ็ด มีกลิ่นหอม ทะลวงได้ดี สามารถเปิดทวารทำให้มีสติฟื ้นฟูสัมปชัญญะ ใช้รักษาอาการหมดสติ สติเลอะเลือน เกิดอาการชักหรืออัมพฤกษ์

- 15. ตำรับยากล่อมจิตประสาท (安神剂) (อันเสินจี้) หมายถึงตำรับยาที่ส่วนใหญ่ป ระกอบด้วยตัวยาที่มีฤทธิ์คล ายเครียด หรือตัวยาบำรุงหัวใจกล่อมปร ะสาท ลดความกระวนกระวายใจ

- 16. ตำรับยาบรรเทาอาการลม (治风剂) (จื้อเฟิงจี้) หมายถึงตำรับยาที่ประกอบด้ว ยตัวยาที่มีรสเผ็ด มีฤทธิ์กระจายลม หรือเสริมยินลดหยางภายในร่า งกาย

- 17. ตำรับยารักษาแผล ฝีหนอง (痈疡剂) (ยงหยางจี้) หมายถึงตำรับยาที่ประกอบด้ว ยตัวยาที่มีสรรพคุณขับพิษร้ อน ขับหนอง หรือ สลายตุ่มก้อนด้วยความอุ่น ใช้รักษาโรคแผล ฝี หนอง ตุ่มก้อนต่างๆ

- ประเภทเสริมฤทธิ์กัน (相须 เซียงซวี) เป็นการใช้ตัวยาร่วมกันของต ัวยาที่มีคุณสมบัติเหมือนกั น และมีสรรคุณใกล้เคียงกัน ทำให้ตัวยามีสรรพคุณดีขึ้น เช่น เกลือจืด (石膏) (สือเกา) เมื่อใช่ร่วมกับ จือหมู่ (知母) จะมีสรรพคุณแก้ไข้ร้อนจัด ลดไข้ ร้อนใน และกระหายน้ำได้ผลดี

Credit : ข้อมูลบรรณานุกรมของหอสมุดแ ห่งชาติ ข้อมูลสมุนไพรจีน อุบลราชธานี : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยอุบลราช ธานี,2558,146 หน้า. 1.สมุนไพรจีน 2.ยาจีน 3. แพทย์แผนจีน 212 หน้า

 

 


เห็ดหลินจือ

ประโยชน์ของเห็ดหลินจือ สรรพคุณสมเป็น "ยาอายุวัฒนะ"
ในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญหลายชนิด โดยมีองค์ประกอบหลักคือ
- สารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด  ลดอาการอักเสบ
- สารในกลุ่มไตรเทอร์พีน (Triterpene)  ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ป้องกันโรคภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด 
- สารในกลุ่มนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) ออกฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัวในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส
- สารประกอบเจอมาเนียม (Gemanium) เสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาท สมอง หัวใจ กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด
นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยบำรุงสุขภาพ ต้านการอักเสบ ช่วยยับยั้งและรักษาอาการต่าง ๆ ของโรคได้มากมาย ซึ่งพบได้ทั้งในดอกเห็ดและสปอร์ แต่ส่วนใหญ่พบในสปอร์ และสปอร์ที่กะเทาะผนังหุ้มจะมีสารสำคัญและฤทธิ์ทางยาดีกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะผนังหุ้ม โดยในตำรับยาระบุไว้ว่า "เห็ดหลินจือ" นำมาใช้รักษาได้หลายอาการ เช่น...
 - บำรุงร่างกาย เสริมกำลัง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย
 - เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีรายงานการศึกษาทางคลินิกพบว่า เห็ดหลินจือมีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลาม
- ลดน้ำตาลในเลือด ควบคุมอาการของโรคเบาหวาน รวมทั้งโรคที่อยู่ในกลุ่มอาการความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย
- ลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ
- เสริมสร้างความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์
- ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น
- ชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
- ล้างพิษให้ร่างกาย
- บำรุงสายตา
- แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
- รักษาโรคภูมิแพ้ หืด หอบ
- เพิ่มความแข็งแรงให้ปอด ม้าม
- ลดความดันโลหิตสูง
- แก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์
- บำรุงระบบประสาท โดยมีการนำไปรักษาโรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียอย่างเรื้อรังได้เห็นผล
- แก้อาการนอนไม่หลับ เวียนศีรษะ เบื่ออาหาร
- รักษาอาการปวดหลังจากการติดเชื้องูสวัด
- รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
- ลดการอักเสบในลำไส้
- บำรุงและรักษาโรคตับต่าง ๆ ทั้งตับแข็ง ตับอักเสบ ฟื้นฟูสมรรถภาพของตับที่ถูกทำลายจากการรับประทานยาจำนวนมากติดต่อกันเป็นเวลานาน
- ขับปัสสาวะ รักษาโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
- ป้องกันการทำงานหนักของไต
- รักษาริดสีดวงทวาร
- ลดอาการปวดประจำเดือน
- แก้ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
- แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
     
ทั้งนี้การศึกษาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับพิษวิทยาของเห็ดหลินจือทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษแบบเรื้อรังพบว่า มีความเป็นพิษต่ำมาก และมีความปลอดภัยสำหรับการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะไม่พบผลข้างเคียงหรือสารตกค้างที่ตับหรือไต 




ขอบคุณข้อมูลจากเวป https://health.kapook.com/view57030.html
น้ำ ข้อควรรู้ น้ำกับกาแฟ: คุณภาพน้ำ (Water for Coffee: Water Quality) หนึ่งในปัญหาที่มักพบเวลาชงกาแฟคือ กาแฟที่ชงนั้นมีรสชาติแตกต่างกันไปบ้าง หรือแม้กระทั่งกลิ่นก็แตกต่างกันไปในแต่ละครั้ง สาเหตุสำคัญที่ทำให้รสชาติหรือกลิ่นของกาแฟเปลี่ยนแปลงไปก็คือ น้ำ   แม้เราจะดื่มกาแฟเพื่อรสชาติ หรือกลิ่นของกาแฟเป็นหลัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่มาของกลิ่นและรสของกาแฟนั้นมาจากสารต่างๆในเมล็ด ซึ่งถูกน้ำเป็นตัวทำละลายให้สารที่ให้กลิ่นหรือรสชาติเหล่านี้ออกมา โดยพื้นฐานแล้วน้ำ  เป็นของเหลวใส ไม่มีกลิ่น สี รสชาติแต่ในชีวิตประจำวันน้ำที่ถูกใช้บริโภคนั้นจะเป็นน้ำที่มีสิ่งเจือปนที่เรียกว่า Impurity โดยสิ่งเจือปนจะละลายปะปนไปกับน้ำที่เราเรียกว่า Dissolved Solid ซึ่ง Dissolved Solidบางชนิดอาจส่งผลต่อรสชาติของกาแฟ
พ่อแม่ก็เริ่มแก่เฒ่า
จะอยู่กับเราได้นานสักเท่าไหร
รีบทดแทนคุณก่อนที่ท่านจะลาไป
เพราะของที่ซื้อมาเซ่นไหว้
ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
...
ถ้าเราไหว้พ่อไหว้แม่ไม่ได้
อย่าไปไหว้พระ
มันไม่มีประโยชน์
...
ถ้าพ่อแม่เรายังไม่อิ่ม
อย่าไปเที่ยวหาเลี้ยงพระ
ของดีๆขนไปให้พระกินหมด
...
ให้พ่อแม่อดยากนี้ตกนรกกันหมด
เพราะฉนั้นต้องเลี้ยงพ่อแม่
หลวงพ่อพุธ ธานิโย
...
พ่อแม่อยู่บ้านมึงไม่ทำบุญเลย
มึงควรทำบุญทุกวันก็จะได้มาก
อย่ามัวรอทำบุญ 100 วันจะได้สักเท่าไหร
หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
...
เราไม่รู้จักบุญคุญพ่อแม่ฉันใด
ลูกเราก็จะไม่รู้จักบุญคุณเราฉันนั้น
.
.
กรณิการ์เทวีขอขอบคุณที่ให้เราได้
เป็นสื่อกลางทดแทนบุญคุณ
ในฐานะลูกที่อยู่แดนไกลทั้งปวง